คงไม่มีใครปฏิเสธได้เลยถ้าจะพูดว่า คริสเตียโน่ โรนัลโด้ คือหนึ่งในนักเตะที่สุดยอดของยุคนี้ และยิ่งไปกว่านั้นเขาอาจจะถูกยกให้อยู่ในเหล่ายอดนัดเตะตลอดการของโลกเลยก็ว่าได้ไม่ว่าจะวัดด้วยมาตรฐานของสำนักไหนก็ตาม และนี้ก็คือ 10 เหตุผลว่าทำไม โรนัลโด้ ถึงกลายเป็นหนึ่งในนักเตะคนโปรด ที่มีแฟนบอลจากทั่วสารทิศนิยมชมชอบและรักเขามากที่สุดในโลก

1. โรนัลโด้เป็นนักเตะที่มีความมุ่งมันในการพัฒนาตัวเองที่สุด

ช่วงแรกกับ ยูไนเต็ดใหม่ๆ เขามีแค่ความเร็วกับทักษะเลี้ยงบอลและการอ่านเกมเท่านั้น บวกกับรา่งกายที่ผอมแห้ง จนถูกรุ่นพี่อย่าง แกรี่ เนวิลล์ กับ พอล สโคลส์ ตั้งคำถามอยู่บ่อยครั้งว่า เขาจะมีความเหมาะสมแค่ในกับเกมที่ดุเดือดในพรีเมียร์ลีก

แต่ด้วยความมุ่งมั่นจากการซ้อมอย่างหนักหน่วง ถึงขั้นเข้ายิมวันละ 5-8 ชั่วโมง โดยเน้นเพิ่มความแข็งแกร่งด้านกล้ามเนื้อของเขา และในที่สุดก็ได้การยอมรับจากรุ่นพี่ในทีม รวมถึงแข้งดีกรีระดับโลกอย่าง แกรี่ เนวิลล์, สโคลส์ และกิ๊กส์ ออกมายอมรับเต็มปากว่า เขาไม่ใช่ผู้เล่นระดับธรรมดาอีกต่อไปแล้วล่ะ

2. ยิงประตูได้มากกว่า 40 ประตูในสองฤดูกาลติดๆ กัน

การยิงมากกว่า 40 ประตูในฤดูกาลเดียวนั้นถือเป็นเรื่องที่ยากแล้ว แต่การทำสถิติดังกล่าวในสองฤดูกาลติดๆ กันนั้น แทบจะไม่มีผู้เล่นคนไหนเคยทำได้เลยแม้แต่ ลีโอเนล เมสซี่ ยอดนักเตะจากทีมคู่ปรับตลอดกาลของเขา

นอกจากนี้ เขายังมีสถิติยิงประตูที่น่าประทับใจอีกหลายอย่าง แต่ที่น่าสนใจที่สุดคือ เขาเป็นผู้เล่นที่เคยยิงประตูมาแล้วทั้งหมดทุกๆ นาทีตั้งแต่ 1-90 นาทีในเกม และตั้งแต่มีการเริ่มบันทึกสถิตินี้ขึ้นมา มีเพียงผู้เล่นสองคนเท่านั้นที่สามารถทำได้คือ ตัวเขากับซลาตัน อิบราฮิโมวิช

3. โรนัลโด้ ได้รางวัล FIFPro World XI กับทั้งสองสโมสรที่เขาเล่นให้

สมัยเป็นนักเตะของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด โรนัลโด้ ผ่านการแข่งขันกับลีกที่มีชื่อเสียงในเรื่องของความรุนแรงและการเข้าปะทะกันของนักเตะที่มากที่สุดในโลกอย่าง พรีเมียร์ลีก มาจนถึงรูปแบบการเล่นในด้านเทคนิคที่ ลาลีกา ซึ่งเจ้าตัวก็ได้ผ่านมาหมดแล้ว แถมยังได้รับรางวัลนี้กับทั้ง 2 สโมสรที่เขาเคยเล่นให้อีกด้วย

แม้ว่า เมสซี่ ที่เคยได้รับรางวัลนี้เช่นกัน แต่เขากับเล่นให้เพียงแค่สโมสรเดียวเท่านั้นคือบาร์เซโลน่า ซึ่งต่างกับ โรนัลโด้ ที่เขาได้สอบผ่านในเรื่องนี้ไปแล้ว

4. เขาสามารถทำแฮตทริกได้มากที่สุดในลาลีกาสเปน

การทำแฮตทริกถือเป็นความสามารถระดับสูงของนักเตะ ที่สามารถยิงได้มากกว่า 3 ประตูใน 1 เกม ซึ่งสถิตินี้ของเขาตั้งแต่เล่นในลาลีกายังคงถูกยกให้เป็นอันดับหนึ่งของลีก กับจำนวนที่ทำไปแล้วกว่า 28 แฮตทริก

และยังเป็นนักเตะคนเดียวในประวัติศาสตร์ที่ทำประตูในศึก เอล กลาสสิโก เกมการพบกันของสองคู่ปรับตลอดการระหว่าง เรอัล มาดริด กับ บาร์เซโลน่า ได้ติดต่อกันถึง 6 นัดติด ทว่าไปแล้วตลอดการค้าแข้งอาชีพ กับมาดริด โรนัลโด้ ทำแฮตทริกไปแล้ว 33 ครั้งของทุกรายการ

5. โด้จิ๋ว คือนักเตะที่ยิงได้ครบ 100 ลูกในลาลีกาสเปน โดยใช้เวลาน้อยที่สุด

ไม่เพียงแต่การทำ 100 ประตูในระยะเวลาน้อยที่สุดเท่านั้น เขายังมีสถิติการยิงประตู 150 ลูก และ 200 ลูก โดยใช้เวลาน้อยที่สุดด้วยเช่นกัน กับตลอดการเล่นบนลีกแดนกระทิงดุ แม้แต่บ่อนพนันถึงขั้นต้องยกเลิกเดิมพันว่าโรนัลโด้จะยิงได้รึเปล่าไปเลย โดยเปลี่ยนมาเป็นรูปแบบว่าเขาจะยิงในนาทีที่เท่าไหร่แทน เพราะเนื่องจากว่าถ้าบ่อนพนันบอลเปิดแค่ยิงหรือไม่ยิง มักจะเสียกำไรซะส่วนมาก

6. เขาเป็นนักเตะคนแรกในประวัติศาสตร์ลูกหนังโลกที่ได้รับรางวัล PFA 4 สมัย และ WFA อีก 4 สมัย

ถ้าพูดเรื่องรางวัล PFA นั้น ก็คือรางวัลนักเตะยอดเยี่ยมประจำปีของพรีเมียร์ลีก ในประเทศอังกฤษ ซึ่ง โรนัลโด้ ก็สามารถคว้ามาครองได้ถึง 4 สมัย หรือ รางวัล WFA ที่เรารู้จักกันในนามบัลลงดอร์นั้น เจ้าตัวก็ยังสามารถคว้ามาครองได้อีกถึง 4 4 สมัยด้วยเช่นกัน แต่สำหรับรายการนี้เจ้าตัวยังคงเป็นรองเพียงแค่ เมสซี่ ที่ทำได้ 5 สมัย คนเดียวเท่านั้น และสถิตินี้ไม่เคยมีผู้เล่นคนไหนทำได้มาก่อน ไม่ว่าจะเป็นยุคปัจจุบันหรือในอดีตก็ตาม

7. สถิติการยิงประตูของ โรนัลโด้ นั้นถึงขั้นยอดเยี่ยมจนเกือบไร้เทียมทาน

อันที่จริงคือ เขาสามารถทำประตูได้ 300 ลูก ในระยะเวลาอันรวดเร็วที่สุดในประวัติศาสตร์ของสโมสรเรอัล มาดริด และการลงเล่นเพียง 7 นัดแรก เขายังทำประตูรวมให้ทีมปาไปถึง 15 ลูกแล้ว นอกจากนี้เขายังมีสถิติอีกหลายอย่างไม่ว่าจะเป็น ผู้เล่นคนแรกของราชันย์ชุดขาวที่สามารถยิงประตูได้ครบทั้ง 7 วันในสัปดาห์(จันทร์-อาทิตย์)อีกทั้งยังเป็นดาวซัลโวสูงสุดตลอดการในรายการยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก และสามารถทำประตูได้กับทุกๆ ทีมในลาลีกาสเปน ใน 1 ฤดูกาล

ทั้งนี้ด้วยสถิติที่เขาทำได้มากมาย ชื่อของเขาจึงถูกติดไว้ในทีมยอดเยี่ยมของยุโรปถึง 9 ครั้ง แถมเข้าชิงบัลลงดอร์ตลอด 9 ปีหลังสุด และสามารถคว้ามาครองได้ 4 ใน 9 ครั้งอีกด้วย ซึ่งเจ้าตัวพลาดให้กับเพื่อนร่วมอาชีพอย่าง เมสซี่ ไป 5 ครั้ง

8. คริสเตียโน่ใช้ทุกสัดส่วนของร่างกายในการทำประตู และยังสามารถทำได้จากทุกตำแหน่งในแนวรุกอีกด้วย

นักฟุตบอลส่วนใหญ่มักใช้เท้ากับศีรษะ หรือเข่าในการทำประตู ยกเว้นอย่างกรณี แฮนด์ ออฟ ก็อดของมาราโดน่า แต่ถ้าเรานึกถึงความหลากหลายแล้วคงหนีไม่พ้น โรนัลโด้ คนนี้เพราะไม่ว่าจะเป็น หน้าอก หน้าขา ส้นเท้า บริเวณส่วนกล้ามเนื้อหลัง หรือแม้กระทั่งหัวไหล่ ไม่ว่าจะมีบอลมากระทบส่วนไหนก็ตามจะมีโอกาสเป็นประตูได้เกือบทั้งสิ้น

มากกว่านั้นเขายังเล่นได้เกือบทุกตำแหน่งในเกมรุก อีกทั้งสามารถทำประตูได้ ด้วยทักษะการครองบอล ความเร็ว ลูกยิงไกลอันทรงพลัง หรือจะเป็นการกระโดดเทคตัวขึ้นไปโหม่งบอล ที่สามารถลอยอยู่บนกลางอากาศได้นานมากกว่านักเตะคนอื่นๆ อย่างเห็นได้ชัด จึงไม่เป็นเรื่องที่แปลกเลยที่เขากระหน่ำประตูได้มากขนาดนี้

9. CR7 ได้รับการยอมรับว่าเป็นนักเตะ ผู้ให้ โดยแท้จริง

นักบอลอาชีพส่วนใหญ่ใช้ชีวิตอย่างหรูหรา รวมถึงไป โรนัลโด้ เอง แต่สิ่งที่ต่างออกมาคือ เขามักจะชอบมีส่วนร่วมในด้านการกุศลอยู่บ่อยครั้ง โดยเฉพาะการบริจาคเงินหลายล้านเหรียญให้กับโรงพยาบาล เพื่อใช้การรักษาโรคมะเร็ง โดยเน้นเป็นพิเศษ เนื่องจากในอดีต พ่อของเขาเสียชีวิตจากโรคนี้ เขาจึงเข้าใจว่ามันมีความเจ็บปวดแค่ไหน รวมไปถึงการให้เงินกับองค์กรช่วยเหลือเด็กต่างๆ และอีกหลายๆ อย่างที่เราจะเห็นกันตามสื่อข่าวอยู่บ่อยครั้ง

10. สุดท้ายนี้คือเรื่องที่เราอดไม่ได้ ที่จะนำสองยอดแข้งอย่าง โรนัลโด้ กับ เมสซี่ มาเปรียบเทียบกันอยู่ดี

นอกจากอยู่ในทีมคู่ปรับตลอดการแล้ว ทั้งคู่ยังต้องแข่งขันเพื่อรางวัลส่วนตัวต่างๆ ที่ขับเคี่ยวกันอย่างดุเดือด โดยเฉพาะตลอด 9 ปีที่ผ่านมานี้ กับรางวัลผู้เล่นยอดเยี่ยมฟีฟ่าที่เราเรียกว่าบัลลงดอร์ แต่ถ้าเรามองดีๆแล้ว สไตล์การเล่นของพวกเขานั้นก็ไม่มีความเหมือนกันเลย และสื่อต่างๆ มักจะยกให้พวกเขาเป็นคู่แค้น คู่อริ หรือคู่อะไรก็ตามแต่อย่างที่เราเห็น ซึ่งมันเป็นแค่เรื่องของการแข่งขันเฉพาะภายในสนามเท่านั้น เพราะเมื่ออยู่นอกสนามแล้วพวกเขาคือนักฟุตบอล และเพื่อนร่วมอาชีพที่ให้ความเคารพซึ่งกันและกันมาก

มีครั้งหนึ่ง โรนัลโด้ เคยเปิดใจให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับกรณีนี้ว่า “เรื่องที่คิดว่าผมเป็นคู่แค้นและเกลียดเขาน่ะ มันไม่มีความจริงเอาซะเลย เพราะผมคิดมาเสมอว่าเขาน่ะเจ๋งจะตาย” โรนัลโด้เผย

ส่วนด้าน เมสซี่ ก็เคยได้ให้สัมภาษณ์ในทำนองเดียวกันว่า “มันเป็นเรื่องราวที่ถูกสร้างขึ้นมาเองทั้งหมด แท้จริงแล้วเราต่างก็เคารพกันและให้เกียรติกันในฐานะเพื่อนร่วมอาชีพ ผมไม่ได้แก่งแย่งชิงดีอะไรกับเขา การที่เราได้รับการยอมรับหรือเชิดชูนั้นมันก็เป็นเรื่องดี แต่ที่สุดแล้วในความคิดของผมเอง ความสำเร็จของบาร์เซโลน่าและอาร์เจนตินา ก็ยังถือว่าเป็นความสำคัญในอันดับต้นๆ อยู่ดี”